• image01
พัฒนาการสำคัญของบริษัท

พัฒนาการล่าสุด
2555
  • วันที่ 25 และ 26 เมษายน ที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2555 ของบริษัทและของธนาคารเกียรตินาคิน จำกัด (มหาชน) ต่างมีมติอนุมัติแผนการร่วมกิจการระหว่างธนาคารเกียรตินาคินและบริษัท
  • วันที่ 13 กันยายน การร่วมกิจการระหว่างธนาคารเกียรตินาคินและบริษัท ประสบความสำเร็จเป็นที่เรียบร้อย
  • วันที่ 25 กันยายน หุ้นของบริษัทเพิกถอนออกจากการเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ
2554
  • วันที่ 5 มกราคม หุ้นสามัญของบริษัทได้เข้าเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ แทนหุ้นสามัญ ของหลักทรัพย์ ภัทร ซึ่งจะถูกเพิกถอนออกจากการเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ เมื่อวันที่ 4 มกราคม ตามแผนการปรับโครงสร้างกิจการ
  • วันที่ 9 ธันวาคม คณะกรรมการบริษัทได้มีมติอนุมัติให้บริษัทเข้าลงนามในบันทึก ข้อตกลงว่าด้วยการร่วมกิจการระหว่างบริษัท ธนาคารเกียรตินาคิน และผู้ถือหุ้นบางรายของบริษัทและธนาคาร เกียรตินาคิน เพื่อการร่วมกิจการระหว่างบริษัทและ
    ธนาคารเกียรตินาคินในการดำเนินธุรกิจด้านการเงิน อันประกอบไปด้วยธุรกิจธนาคารพาณิชย์ ธุรกิจหลักทรัพย์และธุรกิจสนับสนุนอื่นๆ ร่วมกัน
2553
  • วันที่ 22 เมษายน ที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นของหลักทรัพย์ ภัทร มีมติอนุมัติแผนการปรับโครงสร้างกิจการในรูปแบบ บริษัทโฮลดิ้ง การจำหน่ายสินทรัพย์ในส่วนธุรกิจของสายงานลงทุนในหลักทรัพย์ ภัทร การนำหลักทรัพย์ของบริษัทโฮลดิ้งที่ จัดตั้งขึ้นใหม่เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ แทนหลักทรัพย์ของหลักทรัพย์ ภัทร และอนุมัติการเพิกถอนหลักทรัพย์ ของ หลักทรัพย์ ภัทร ออกจากการเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ
  • วันที่ 29 ธันวาคม หลักทรัพย์ ภัทร ได้โอนเงินลงทุนในส่วนธุรกิจ ของสายงานลงทุนในหลักทรัพย์ให้แก่บริษัท ตามแผนปรับโครงสร้างกิจการ
2551
  • เดือนสิงหาคม หลักทรัพย์ ภัทร ได้เริ่มให้บริการชำระราคาค่าหลักทรัพย์ผ่านกองทุนตลาดเงิน เพื่อเป็นทางเลือกในการเพิ่มผลตอบแทนให้แก่ลูกค้า และได้เริ่มทำหน้าที่เป็นผู้ร่วมค้าหลักทรัพย์ (Participant Dealer) และผู้ดูแลสภาพคล่อง (Market Maker) ให้กับ Equity ETF ที่อ้างอิงดัชนีหมวดธุรกิจพลังงาน (Equity ETF on SET Energy Sector Index)
  • เดือนพฤศจิกายน หลักทรัพย์ ภัทร ได้เริ่มให้บริการซื้อขายกองทุนรวมผ่านทางโทรศัพท์ เพื่อเป็นการเพิ่มช่องทางและอำนวยความสะดวกในการทำธุรกรรม แก่ลูกค้า และได้ขยายธุรกิจการยืมและให้ยืมหลักทรัพย์ โดยได้เริ่มให้บริการแก่ลูกค้าบุคคลในการยืมหลักทรัพย์และนำไปขายชอร์ตผ่านบัญชีเงินสด
2550
  • วันที่ 29 ตุลาคม หลักทรัพย์ ภัทร ได้เริ่มให้บริการการเป็นนายหน้าซื้อขายสัญญาออปชั่น ที่อ้างอิงกับดัชนี SET50 (SET50 Index Options) ซึ่งเป็นสินค้าลำดับที่ 2 ของตลาดอนุพันธ์
  • ช่วงปลายปี หลักทรัพย์ ภัทร มีสินทรัพย์ของลูกค้าบุคคลรายใหญ่ (High Net Worth Client) ภายใต้การบริหารจัดการเพิ่มขึ้น จาก 69,638 ล้านบาทเมื่อปลายปี 2549 เป็น 89,583 ล้านบาท
2549
  • วันที่ 28 เมษายน หลักทรัพย์ ภัทรได้เริ่มดำเนินธุรกิจการเป็นตัวแทนซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้าในตลาดอนุพันธ์
  • วันที่ 9 สิงหาคม หลักทรัพย์ ภัทรได้เริ่มดำเนินธุรกิจยืมและให้ยืมหลักทรัพย์
  • วันที่ 9 ตุลาคม หลักทรัพย์ ภัทรได้เริ่มให้บริการซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้าผ่านระบบอินเทอร์เน็ต
2548
  • วันที่ 28 กุมภาพันธ์ บริษัทหลักทรัพย์ ภัทร จำกัด ได้จดทะเบียนแปรสภาพเป็นบริษัทมหาชน
  • วันที่ 31 พฤษภาคม หลักทรัพย์ ภัทรได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยโดยใช้ชื่อย่อในการซื้อขายหลักทรัพย์ว่า "PHATRA"
  • วันที่ 14 ตุลาคม หลักทรัพย์ ภัทรได้รับอนุญาตจากสำนักงาน ก.ล.ต. ในการเป็นตัวแทนซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า
  • วันที่ 7 พฤศจิกายน หลักทรัพย์ ภัทรได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่คือการซื้อขายหลักทรัพย์ผ่านระบบอินเทอร์เน็ตอย่างเป็นทางการ
2546
  • เดือนกรกฎาคม เมอร์ริล ลินช์และธนาคารกสิกรไทยตกลงขายหุ้นที่ถือร่วมกันในบริษัทหลักทรัพย์ เมอร์ริล ลินช์ ภัทร ซึ่งเป็นหุ้นทั้งหมดของบริษัท ให้แก่นักลงทุนกลุ่มหนึ่งซึ่งรวมถึง ผู้บริหารและพนักงาน
  • วันที่ 1 ธันวาคม บริษัทหลักทรัพย์ เมอร์ริล ลินช์ ภัทร จำกัด กลับมาใช้ชื่อเดิมคือ บริษัทหลักทรัพย์ ภัทร จำกัด โดยบริษัทหลักทรัพย์ ภัทร จำกัด และ เมอร์ริล ลินช์ ยังคงความร่วมมือทางธุรกิจอย่างใกล้ชิดเช่นเดิม ในด้านงานวิจัย ด้านธุรกิจนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ และด้านวานิชธนกิจ ซึ่งทำให้เมอร์ริล ลินช์ สามารถดำเนินธุรกิจในประเทศไทยได้อย่างเต็มที่เช่นเดิม ในขณะที่ภัทรสามารถพัฒนากลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจในประเทศได้สะดวกขึ้นและยังสามารถใช้ประโยชน์จากเครือข่ายรอบโลกตลอดจนความเชี่ยวชาญและทรัพยากรต่างๆ ของเมอร์ริล ลินช์ได้เหมือนเดิม
2543
  • บริษัทหลักทรัพย์ เมอร์ริล ลินช์ ภัทร จำกัด ขายธุรกิจจัดการสินทรัพย์ให้บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กสิกรไทย จำกัด เพื่อให้บริษัทหลักทรัพย์ ภัทร จำกัด สามารถให้ความสำคัญกับธุรกิจหลักสามประเภทได้อย่างเต็มที่ อันได้แก่ ธุรกิจนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ ธุรกิจวานิชธนกิจ และธุรกิจที่ปรึกษาการลงทุนส่วนบุคคล
2541
  • บริษัทเงินทุน ภัทรธนกิจ จำกัด ขายหุ้นบริษัทหลักทรัพย์ ภัทร จำกัด ร้อยละ 51 ให้เมอร์ริล ลินช์ ซึ่งเป็นบริษัทที่บริหารและให้คำปรึกษาด้านการเงินชั้นนำรายหนึ่งของโลก และขายหุ้นร้อยละ 49 ให้ธนาคารกสิกรไทย
  • บริษัทหลักทรัพย์ ภัทร จำกัด เปลี่ยนชื่อเป็นบริษัทหลักทรัพย์ เมอร์ริล ลินช์ ภัทร จำกัด
จุดเริ่มต้น
2540
  • ธนาคารกสิกรไทยเพิ่มการลงทุนในบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ ภัทรธนกิจ จำกัด (มหาชน) ("บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ ภัทรธนกิจ") จากร้อยละ 8.16 เป็นร้อยละ 49.61 ในขณะนั้นบริษัทมีทุนจดทะเบียนจำนวน 5,142 ล้านบาท
  • บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ ภัทรธนกิจ แยกธุรกิจเงินทุนและหลักทรัพย์ออกจากกัน บริษัทหลักทรัพย์แห่งใหม่ซึ่งดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับหลักทรัพย์ การเงินธุรกิจ และการบริหารทรัพย์สินนั้นมีชื่อว่า บริษัทหลักทรัพย์ ภัทร จำกัดบริษัทนี้มีทุนจดทะเบียนจำนวน 2,500 ล้านบาทและหุ้นร้อยละ 99.99 เป็นของบริษัทเงินทุน ภัทรธนกิจ จำกัด (มหาชน)
2538
  • บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ ภัทรธนกิจร่วมธุรกิจกับ โกลด์แมน แซคส์ หลังจากยุติความร่วมมือทางธุรกิจและการวิจัยกับ เอส จี วอร์เบิร์ก อย่างฉันมิตร
2537
  • บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ ภัทรธนกิจเพิ่มทุนขึ้นห้าเท่าเป็น 2,852 ล้านบาทและย้ายสำนักงานใหญ่จากถนนสุขุมวิทไปยังอาคารสำนักงานเมืองไทย-ภัทร ถนนรัชดาภิเษกซึ่งเป็นที่อยู่ปัจจุบันของบริษัทหลักทรัพย์ ภัทร จำกัด (มหาชน)
2536
  • บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ ภัทรธนกิจเพิ่มทุนเป็น 560 ล้านบาทโดยขายหุ้นกู้แปลงสภาพมูลค่า 14 ล้านบาทให้นักลงทุนต่างประเทศ
2535
  • บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ ภัทรธนกิจตกลงใช้ทรัพยากรเกี่ยวกับการค้าและวิจัยหลักทรัพย์ร่วมกับ เอส จี วอร์เบิร์ก
  • เปิดสำนักงานประจำจังหวัดเพิ่มอีกเจ็ดแห่ง ได้แก่ สำนักงานที่พัทยา สุราษฎร์ธานี ระยอง สมุทรสาคร ภูเก็ต ศรีราชา และสระบุรี
2534
  • บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ ภัทรธนกิจเพิ่มทุนเป็น 500 ล้านบาทเพื่อขยายบริการค้าหลักทรัพย์ผ่านดาวเทียมไปสู่สำนักงานประจำจังหวัดสามแห่ง ได้แก่ สำนักงานที่จังหวัดชลบุรี จันทบุรี และอุดรธานี
2530
  • มีการตั้งแผนกธุรกิจวานิชธนกิจและฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ซึ่งก่อนหน้านี้ใช้ชื่อว่าสถาบันวิจัยภัทร
2528
  • บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ ภัทรธนกิจจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยและได้เพิ่มทุนเป็น 180 ล้านบาทซึ่งเป็นไปตามแผนยกระดับคุณภาพเครดิตของบริษัทและความจำเป็นที่บริษัทจะต้องขยายธุรกิจวานิชธนกิจ
2526
  • บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ ภัทรธนกิจเพิ่มทุนเป็น 120 ล้านบาทเพื่อปรับปรุงระบบคอมพิวเตอร์ของบริษัทให้รองรับธุรกิจด้านการเช่าซื้อ กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ และการบริหารจัดการทางการเงิน ตลอดจนพัฒนาระบบข้อมูลเกี่ยวกับการบริหารและฐานข้อมูล
2522
  • เปลี่ยนชื่อบริษัทเป็นบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ ภัทรธนกิจ จำกัด ย้ายสำนักงานจากอาคารเมืองไทยประกันชีวิตบนถนนเจริญกรุง ไปยังอาคารภัทรธนกิจบนถนนสุขุมวิท และมีการเพิ่มทุนจดทะเบียนเป็น 90 ล้านบาท
2518
  • ภัทรธนกิจเริ่มดำเนินธุรกิจหลักทรัพย์นอกเหนือจากที่ทำธุรกิจเงินทุนอยู่แล้ว
2517
  • ภัทรธนกิจได้เป็นสมาชิกลำดับที่หกของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
  • เริ่มให้บริการด้านเงินทุนแก่โครงการอสังหาริมทรัพย์เพื่อการอยู่อาศัยและการพาณิชย์
2516
  • ภัทรธนกิจเพิ่มทุนจดทะเบียนเป็น 40 ล้านบาทและดำเนินธุรกิจรับฝากเงินและให้สินเชื่อระยะสั้นเป็นหลัก
2515
  • วันที่ 9 กุมภาพันธ์ ภัทรธนกิจก่อตั้งขึ้น ด้วยทุนจดทะเบียนจำนวน 1 ล้านบาท และเริ่มดำเนินธุรกิจเมื่อวันที่ 29 มีนาคม